Blog

สเตียรอยด์ กับ เครื่องสำอางหน้าใส ลดสิว

สเตียรอยด์ กับ เครื่องสำอางหน้าใส ลดสิว ทำไม?? สเตียรอยด์ ถึงน่ากลัวขนาดนี้ มาฟังทางนี้เลยค่ะ
สเตียรอยด์ (Steroid) คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสร้างขึ้น ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย

มีประโยชน์ในการควบคุมการเปลี่ยนสภาพของสารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ตลอดจนควบคุมสมดุลของเกลือแร่ อิเล็กโทรไลต์ และน้ำในร่างกาย และสามารถบรรเทาการอักเสบได้ เช่น ต้านการอักเสบ ควบคุมสมดุลน้ำ และเกลือแร่ กดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

ทั้งนี้ สเตียรอยด์ ทางการแพทย์ หมายถึง คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid)

ซึ่งเป็นการสังเคราะห์เลียนแบบสเตียรอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้น โดยหวังผลในส่วนของฤทธิ์ต้านการอักเสบในร่างกาย จึงได้มีการสังเคราะห์ขึ้นเพื่อนำมาใช้เป็นยา
ที่มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งต้านการอักเสบ ใช้เป็นยากดภูมิคุ้มกัน และใช้ในผู้ที่ขาดฮอร์โมนประเภทนี้ จัดได้ว่าเป็นยาที่มีสรรพคุณดีมาก สามารถใช้รักษาโรคได้หลายชนิด เช่น โรคลูปูส หรือโรคเอส แอล อี (โรคพุ่มพวง) โรคผิวหนังที่เกิดจากการแพ้ โรคหืด เป็นต้น

โดยในรูปยามีชื่อว่า เพรดนิโซโลน (prednisolone), เด็กซ์ซาเมทาโซน (dexamethasone) เป็นต้น แต่ด้วยฤทธิ์ครอบจักรวาลของ สเตียรอยด์ จึงทำให้การใช้สเตียรอยด์ สังเคราะห์นั้น เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์นอกเหนือจากเป้าหมายในการรักษาได้เช่นกัน

สเตียรอยด์ กับเครื่องสำอางครีมหน้าใส ครีมลดสิว

กลไกการออกฤทธิ์ให้ผิวหน้าขาว
สเตียรอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารเคมี สื่อกลาง (mediators) เช่น โพรสตาแกรนดิน (prostaglandin) และลิวโคไตรอีน (leukotriene)
ที่ใช้ในการการสร้างเม็ดสี (melanin) ทำให้ปริมาณเม็ดสีลดลง ส่งผลให้ผิวขาวขึ้น

สเตียรอยด์เป็นสาร ที่ห้ามใส่ในเครื่องสำอาง
มักใช้เป็นสูตรผสมกับยาตัวอื่น เช่นไฮโดรควิโนน หรือ เรตินอยด์ในการรักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สเตียรอยด์ ช่วยในการเสริมฤทธิ์ และช่วยลดอาการข้างเคียงของไฮโดรควิโนน และเรตินอยด์ ได้ดี จึงมักมีการใช้สเตียรอยด์ ในเครื่องสำอาง เพื่อจุดประสงค์ในการช่วยเรื่องหน้าขาว และลดสิวอักเสบ

“สเตียรอยด์ (Steroids] สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้กับโรคหรือภาวะต่างๆ ได้หลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้สารกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากที่สุด
กลับเป็นผลเสียที่เกิดจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง

สเตียรอยด์สังเคราะห์ใช้ในทางการแพทย์ จะใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาปกติได้ เช่น ใช้เป็นยาทาภายนอก
การทาผิวเพื่อให้สารออกฤทธิ์เฉพาะที่ และวิธีที่จะช่วยหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากสเตียรอยด์
ได้แก่ ใช้ทาเฉพาะบริเวณที่เป็นผื่น ไม่ทาลงบนผิวหนังที่ปกติ ไม่ทาปริมาณมาก เป็นบริเวณกว้าง และต่อเนื่อง เป็นต้น ปัจจุบันสเตียรอยด์ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพื่อ

เพราะใช้แล้วหายเร็ว โดยเฉพาะการรักษาสิว ทำให้หน้าขาวใส ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่จะเกิดการสะสมของสเตียรอยด์ที่ผิวหนัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดว่าห้ามมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง”

“อันตรายและผลข้างเคียง จากการใช้เครื่องสำอาง ที่ผสมสเตียรอยด์ หลังการใช้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ฤทธิ์ของสเตียรอยด์ จะทำให้เกิดผดผื่นได้ง่าย เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ ผิวแดง มีอาการคัน ผิวบางและแพ้ง่าย สิวเกิดเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วใบหน้าหรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง

แต่จะขึ้นมากบริเวณที่ทาครีม หรือยาที่มีสเตียรอยด์ เกิดสิวอุดตัน หลังหยุดใช้ สเตียรอยด์ ผิวจะดูเหี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจน

ในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ ทำให้มีอาการหน้าแดงอยู่ตลอดเวลา ผิวหนังจะมีสีจางลง

หากใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดด่างขาวถาวร”

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้เฝ้าระวังสถานการณ์การใช้สารสเตียรอยด์ที่ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2557 พบว่าแนวโน้มการใช้สารสเตียรอยด์ มีมากขึ้น และในปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเครื่องสำอางประเภทหน้าขาวจากร้านค้า ตามแหล่งต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 50 ตัวอย่าง

ผลการตรวจพบสารสเตียรอยด์ จำนวน 3 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างที่ตรวจพบนี้เป็นครีม เพื่อใช้ให้หน้าขาวที่ไม่แจ้งผู้ผลิต วันที่ผลิตและวันหมดอายุ ทั้งนี้ยังมีการลักลอบใช้สารห้ามใช้สเตียรอยด์ ผสมในเครื่องสำอาง

ดังนั้นสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย จะได้สำรวจตัวอย่างจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากการขายตรง ทางออนไลน์และในตลาดต่างจังหวัด เพื่อให้ได้ภาพรวมของประเทศในการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเฝ้าระวังต่อไป